indy Creators เซียนเทคนิคการหาเงินออนไลน์

วิธีการปรับแต่ง Landing Page ให้น่าสนใจ เคล็ดลับการปรับแต่งเพื่อโน้มน้าวคนดู



Landing Page เป็นจุดความประทับใจแรกที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณจะเห็นเป็นครั้งแรกที่เข้ามาชมเว็บไซต์ คุณมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่จะโน้มน้าวใจผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ให้ซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้น Landing Page จึงเป็นจุดสำคัญและมีหน้าที่สำคัญมากที่สุดเป็นอันดับแรกที่คุณจะต้องปรับแต่งให้ดูดีและถูกต้องตามหลักการทำ Onpage SEO

ในบทความนี้ผมจะบอกคุณถึงวิธีการปรับแต่ง Landing Page ให้มีประสิทธิภาพ ได้ผลดีในการดึงดูดใจกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ และเผยเทคนิคเคล็ดลับในการปรับแต่ง

คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

  • การใช้หน้า Landing Page เพื่อขายสินค้าและบริการ ให้ได้ผลดี
  • วิธีการวิเคราะห์ Landing Page ของคุณ
  • สิ่งสำคัญที่ Landing Page จะต้องมี
  • ยกตัวอย่าง Landing Page ที่ดีเปรียบเทียบกับไม่ดี
  • วิธีการปรับแต่งแก้ไข Landing Page ที่ถูกต้อง

การสร้าง Landing Page ง่ายนิดเดียว


ในการสร้าง Landing Page ให้กับเว็บไซต์หรือบล็อกโดยส่วนมากไม่ว่าจะเป็นเว็บขายสินค้าและบริการ หรือเว็บที่อยากให้ผู้เข้าชมสมัครเป็นสมาชิก เพื่อหวังผลทางการตลาดในอนาคตต่อไป ไม่ค่อยได้คำนึงถึงหลักการสร้างหน้าเพจที่ถูกต้องมากนัก จะสร้างตามความชอบและตามใจตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ เท่าที่ผมเห็นเว็บไซต์หรือบล็อกมามากพอสมควร

ผู้ที่ออกแบบหรือเจ้าของเว็บไซต์หรือบล็อกจำนวนมาก จะออกแบบผิดหลักการทำ Onpage SEO และเทคนิคการทำ Online Marketing  เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ทึกทักเอาว่าตัวเองทำออกมาได้สวยงามและสมบูรณ์แบบแล้ว แต่คุณคิดผิดนะครับ นั่นอาจจะถูกใจของคุณ แต่ถ้าไม่ถูกใจคนดูหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ล่ะ? คุณอาจจะคิดเพียงแต่ว่าเมื่อผู้เขาชมเว็บไซต์เข้ามาจะเจออะไรบ้างในหน้าแรก อาจจะดีไซน์ให้มีภาพที่สวยงาม ดูอลังการ หรูหรา หรือรกไปด้วยข้อมูลที่เต็มไปหมด จนผู้เข้าชมไม่รู้จะเริ่มจะอ่านจากตรงไหน อย่างนี้ก็มีโอกาสสูงที่ผู้เข้าชมจะกดออกจากหน้าเว็บไซต์ของคุณในทันที เพราะความเป็นจริงแล้วการที่จะทำให้คนเข้าชมเว็บไซต์ในหน้าแรกอยู่อ่านข้อมูลได้นานขึ้น ก็คือ คุณต้องการให้คนเข้าชมเว็บไซต์ได้รับข้อมูลอะไรในหน้าต่อไปต่างหาก


การออกแบบ Landing Page ที่ผิดหลักการหรือไม่ถูกต้องตามหลัก Onpage SEO จะทำให้คุณเสียผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือทราฟฟิกจำนวนมาก ดังนั้นผมจะมาแนะนำวิธีการสร้าง Landing Page ที่ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการสร้าง Langding Page ที่ทำให้คุณต้องสูญเสียทราฟฟิก ด้วยการเปรียบเทียบ Landing Page ที่ดีถูกต้องกับ Landing Page ที่ไม่ถูกต้อง พร้อมกับอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ไปดูกันครับ

การใช้รูปภาพใน Landing Page ที่แย่ ไม่ชวนดึงดูดใจ


ปัญหาโดยส่วนใหญ่ใน Landing Page คือการใช้รูปภาพที่น่าเบื่อ ภาพซ้ำๆ ไม่ชวนดึงดูดใจ และไม่ใช่รูปภาพในลักษณะใหม่ๆ ที่ทำให้แปลกประหลาดใจน่าสงสัย และสะกิดใจคนดู

จากภาพตัวอย่างเว็บไซต์ด้านล่างนี้ เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งใช้รูปภาพที่น่าเบื่อ หรือซ้ำ ในลักษณะคล้ายกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะคนออกแบบหรือเจ้าของโดยส่วนมากจะใช้ไอเดียว่าต้องการสร้างความน่าเชื่อถือจึงเลือกรูปภาพที่ดูเป็นทางการจนเกินไป ทำให้เป็นที่น่าเบื่อแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์


ภาพด้านล่างดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือเป็นอย่างมากก็จริง แต่จากการวิเคราะห์ของนักการตลาดออนไลน์ภาพในลักษณะนี้ที่อยู่ใน Landing Page มักมี bounce rate หรืออัตราการคลิกออกจากเว็บไซต์สูงกว่าภาพลักษณะธรรมดาทั่วไป



ถ้าคุณใช้รูปภาพที่ลักษณะซ้ำกับเว็บส่วนใหญ่ตามตัวอย่างด้านบน ก็จะเป็นที่น่าเบื่อต่อผู้เข้าชม Landing Page ก็เป็นไปได้ว่าจะทำให้คุณสูญเสียทราฟฟิกไปด้วยจำนวนมาก

คุณอาจจะคิดไปว่าการใส่รูปภาพแบบนี้จะทำให้ Landing Page หรือเว็บไซต์ของคุณมีตัวตนจริงและน่าเชื่อถือ แต่จริงๆ แล้วไม่เลย คุณลองเสิร์ชในกูเกิลแล้วดูเว็บไซต์ในลักษณะแบบเดียวกันกับคุณดูซิ โดยส่วนมากจะมีรูปภาพที่คล้ายๆ กันไปหมด เห็นไหมว่าไม่เป็นความจริงไปทั้งหมดในการใส่รูปภาพเพื่อข้ออ้างว่าต้องสร้างความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์

ผมไม่ได้บอกให้คุณเปลี่ยนรูปภาพแบบเดิมออกจาก Landing Page ถ้าคุณได้ติดไว้ก่อนแล้ว ก็ไม่ได้มีผลเสียต่อทราฟฟิกของคุณที่มีอยู่มากมากอ่นอยู่แล้วแต่อย่างใด แต่ผมเพียงจะบอกว่าจากการวิเคราะห์หรือการจัดการ Onpage SEO เขาได้ทำการพิสูจน์มาแล้วเท่านั้น ว่ารูปภาพในลักษณะแบบไหนส่งผลดีต่อ Landing Page มากที่สุด แล้วรูปภาพลักษณะแบบไหนที่เหมาะสมกับ Landing Page มากที่สุด

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับว่า รูปภาพที่แปลกตา ออกไปในแนวบันเทิงสนุกสนาน ดึงดูดใจผู้เข้าชมในหน้า Landing Page ของคุณได้มากที่สุด ดูลักษณะตามตัวอย่างด้านล่าง






ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมรูปภาพในลักษณะแบบนี้ ถึงส่งผลดีต่อการดึงดูดใจต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่ารูปภาพในลักษณะที่ดูเป็นทางการเกินไป ในลักษณะแบบ 2 ตัวอย่างด้านบน แต่นี่ผมเอามาจากการวิเคราะห์และทดสอบการทำ SEO ระดับมืออาชีพของโลก เขาได้พิสูจน์มาให้เห็นผลความแตกต่างกันครับ


แม้แต่รูปภาพที่จะเลือกมาใส่ใน Landing Page ก็มีผลต่อทราฟฟิกของเว็บไซต์คุณ ฉะนั้นก็ต้องละเอียด พิถิพิถันในการเลือกรูปภาพพอสมควร แนะนำให้บล็อกเกอร์มือใหม่เลือกใช้รูปภาพแนวนี้นะครับ รวมทั้งผมก็เลือกใช้รูปภาพในลักษณะแนวนี้ด้วย จะเห็นว่าในบล็อกของผม มีการใช้รูปภาพบน Header Blog จะเป็นรูปภาพที่ผมแปลงมาจาก รูปภาพลุงแซม ที่มีข้อความที่เขียนว่า "I want you for U.S.Army" แต่แปลงข้อความเป็น "I want you to make money online" ไอเดียของผมเก๋ไหมล่ะครับ

ผมคิดคาดเดาเอาว่าเมื่อคุณได้เห็นรูปภาพแล้วแปลกตาและสงสัย และได้อ่านข้อความยิ่งทำให้อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไรกันแน่ ทำให้ผู้เข้าชมกดดูหน้าอื่นๆ ต่อไปตามที่ผมบอกมาไงครับ

การใส่หัวข้อด้วยข้อความที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจน


การใส่หัวข้อหรือข้อความที่ดี ดึงดูดใจจะทำให้ผู้เข้าชมบล็อกใช้เวลาในการอ่านข้อความในหน้า Landing Page ได้นานขึ้น และสำรวจดูส่วนต่างๆ ใน Landing Page ได้ครบ

การใส่หัวข้อด้วยข้อความที่ชัดเจน เป็นสิ่งสำคัญที่จะสื่่อสารระหว่างคุณกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ ส่งผลดีต่อผู้เข้าชมบล็อกของคุณ ด้วยข้อความที่คุณนำเสนอที่ชัดเจน หรือการใช้คำที่ทรงพลัง
ใส่ไปในส่วนต่างๆ ของข้อความ

คุณลองคิดดูว่าใน Landing Page ของคุณไม่มีข้อความ หรือหัวข้อ หรือปุ่ม Call To Action และแบบฟอร์มดูสิว่า จะเป็นอย่างไรเมื่อคุณเปิดเว็บเข้ามาเจอ Landing Page ในลักษณะนี้ คิดว่าคุณจะงงๆ ว่าไม่รู้จะไปดูตรงไหนต่อไปใช่ไหมครับ หลังจากที่สแกนสายตาทั่วทั้งเพจแล้ว แต่ถ้าคุณทำหัวข้อด้วยข้อความชัดเจน ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับผู้เข้าชมนะครับ ไปดูตัวอย่างที่ผมจะเปรียบเทียบแล้วอธิบายให้ดูกันนะครับ

รูปภาพตัวอย่าง Landing Page ที่หัวข้อหรือข้อความไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง



จากตัวอย่างจะเห็นว่ามีเพียงปุ่ม Call To Action แต่ไม่มีหัวข้อหรือข้อความใดๆ เลยใน Landing Page นี้ทำให้ผมสงสัยและไม่รู้ว่าต้องการนำเสนออะไรกันแน่ แต่ถ้าใส่หัวข้อหรืออธิบายข้อความลงไปในบริเวณหน้าเพจเหนือปุ่ม GET START สักหน่อย เช่น "สอนการทำ SEO ด้วยเทคนิคพิเศษทั้ง Onpage และ Offpage ทำให้เว็บไซต์คุณมีทราฟฟิกมากขึ้น เกิน 100%" แบบนี้ก็น่าจะดี และก็จะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น

หรือการใส่ไฟล์วิดีโอให้ใน Landing Page ก็อาจมีทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนที่มีเว็บไซต์ที่ได้ทราฟฟิกจากมือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ จำนวนมาก เพราะไม่สามารถโหลดวิดีโอได้ก็จะทำให้เสียทราฟฟิกไป

ไปดูการใส่หัวข้อด้วยข้อความใน Landing Page ที่ออกแบบได้ดี ดังตัวอย่างด้านล่าง


จะเห็นว่า Landing Page นี้ไม่มีรูปภาพเลย ใส่เพียงหัวข้อและข้อความเพียง 2 ประโยค และก็มีปุ่ม Call To Action "สมัครสมาชิกฟรี" เท่านี้เอง ถือว่าเป็น Landing Page ที่ดี หัวข้อและข้อความสามารถสื่อสารได้ชัดเจน สั้นตรงประเด็น ว่าเว็บไซต์เป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร และทำอะไร

Landing Page ที่ไม่เกี่ยวกับ Adwords


สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ Landing Page ของคุณต้องมีความสัมพันธ์กับ Adword ที่คุณใช้ โฆษณา PPC หรือ advert ที่คุณใส่ไปใน Meta title, me description เพื่อทำ Onpage SEO นั่นเอง คุณจะต้องใส่หัวข้อด้วยข้อความที่ชัดเจนเพื่อแจ้งแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วย

บางทีคุณอาจจะใช้ข้อความที่เยอะด้วยฟอร์มของ Landing Page ที่ยาวหรืออาจจะใช้เป็นข้อความสั้นๆ กะทัดรัดเข้าใจง่าย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจที่คุณทำอยู่

อย่าลืมว่าการทำโฆษณา Adwords ของคุณนั้น จะขึ้นอยู่กับหัวข้อและคีย์เวิร์ดที่อยู่ในข้อความด้วย และ Ads นั่นก็จะเป็นจุดเริ่มต้นนำผู้เข้าชมมายังเว็บไซต์ของคุณใน Landing Page นั่นเอง

ดังนั้น Ads ของคุณจะต้องมีความสัมพันธ์กับ Landing Page ถ้า Ads ของคุณดีก็มีคนกดเข้าไปดู Landing Page คุณมากขึ้น ถ้า Landing Page คุณดี ก็มีคนดูเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณนานขึ้นไปด้วย ทำให้คุณได้ทราฟฟิกมากขึ้น แต่จ่ายค่าโฆษณา Ads ต่ำ

ใครบ้างไม่ต้องการทราฟฟิกเยอะๆ แต่จ่ายเงินค่าโฆษณาน้อยๆ คุณว่าไหม?


ไปดูกันว่าคุณควรทำ Landing Page ของคุณแบบไหนให้สัมพันธ์กับ Ads
  • แสดงประโยชน์ที่คุณจะนำเสนอ
  • บอกผู้เข้าชมเว็บไซต์ว่าอะไรที่พวกเขาจะต้องทำต่อไป
  • ระบุเฉพาะเจาะจงลงไป
ไปดูตัวอย่าง Ads ที่ไม่ค่อยชัดเจน

จากรูป Ads จะเขียน Description ไว้ว่า "สร้างแบรนด์การตลาดที่เหนือชั้น ปั้นธุรกิจให้เป็นอันดับหนึ่ง" แต่เมื่อคุณคลิกเข้าไปดูใน Landing Page จะไม่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับ Ads เลย ไม่มีข้อความและ Call To Action ใน Landing Page อีกด้วย



นี่ถือว่าเป็นการทำ Landing Page ที่ไม่สัมพันธ์กับ Ads จะส่งผลเสียต่อทราฟฟิก และยังทำให้คุณจ่ายค่าโฆษณาเยอะ Cost per click หากคุณใช้รูปแแบบโฆษณาแบบ PPC กับ Adwords ถือว่า Landing Page นี้มีค่า Conversion ที่ต่ำมากๆ เมื่อลูกค้าหรือผู้เข้าชมเข้ามาเจอ



การใส่ข้อมูลที่เยอะเกินไป


Landing Page ของคุณควรโฟกัสไปที่จุดเดียวที่คุณอยากนำเสนอ แต่ถ้าคุณมีหลายหัวข้อหรือหลายเรื่องที่อยากนำเสนอ คุณควรสร้างเป็น Landing Page ที่นำเสนอเฉพาะหัวข้อหรือเรื่องหรือธุรกิจสินค้าและบริการนั้นๆ แยกกันไปเป็นแต่ละ Landing Page
เว็บไซต์โดยส่วนใหญ่คิดว่าการใส่ข้อมูลตัวอย่างไปเยอะๆ ด้วยข้อความอธิบายความสำคัญและคุณสมบัติของแบรนด์ธุรกิจหรือสินค้าและบริการถึงจะทำให้ดูเป็นที่น่าเชื่อถือต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์ แต่ความเป็นจริงแล้วไมใช่เลย อีกทั้งยังจะสร้างความสับสนให้ผู้เข้าชม Landing Page เสียมากกว่า เพราะข้อมูลที่รกตาจนเกินไป อาจจะทำให้เขาออกจาก Landing Page ของคุณไปทันที โดยไม่ได้อ่านข้อมูลนั้นจนจบ

คุณควรที่จะนำข้อมูลที่เยอะจนเกินไปออกไปบ้าง เอาไว้เพียงแต่ข้อมูลที่เป็นประเด็นสำคัญที่คุณอยากให้ผู้เข้าชม Landing Page อ่านแล้ว กดไปที่ Call To Action ได้เลย

จริงๆ แล้วการเขียนอธิบายด้วยข้อความเยอะๆ อยากให้ลูกค้าหรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้อ่านและเข้าใจความหมาย ควรเขียนเป็นบทความในแต่ละเรื่องในโพสต์ของบล็อกหรือเว็บไซต์จะดีกว่า


จากรูปตัวอย่างด้านบน มาวิเคราะห์ดู ว่าอะไรที่เป็นปัญหาสำหรับ Landing Page ในลักษณะนี้
  • มีหัวข้อนำเสนอ 3 หัวข้อ ซึ่งเยอะจนเกินไป ควรมีเพียงหัวข้อเดียวเท่านั้น และข้อความอธิบายที่ยาวฟุ้งเฟ้อ ผู้เข้าชมโดยส่วนมากมักจะไม่อ่าน
  • Call TO Action ยังไม่ชัดเจน
  • ทั้ง 3 หัวข้อที่นำเสนอ ชี้ไปที่ Landing Page หน้าเดียวกัน ซึ่งไม่ถูกต้อง
  • ทุกๆ คน ที่เสริชหา คำว่า "การตลาดออนไลน์" เขารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องการหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ต้องอธิบายความหมายแต่อย่างใด
แทนที่จะทำเป็นตัวเลือกนำเสนอทั้ง 3 หัวข้อ ซึ่งเยอะเกินไป และทุกหัวข้อก็ยังชี้มาเป็น Landing Page เดียวกันอีก ดังนั้นผมอยากจะแนะนำให้ทำเป็นหัวข้อเดียวดีกว่า คือไม่มีตัวเลือกอื่นๆ เลย ไปดูกันว่ามีวิธีการทำอย่างไร


นี่เป็นตัวอย่างการทำ Landing Page ที่ออกแบบมาได้ดี และมีข้อมูลที่ชัดเจน ไม่เยินเย้อ



Landing Page ตามตัวอย่างนี้ออกแบบได้ดี ดังนี้
  • มีรูปภาพที่เหมาะสม ดึงดูดใจ
  • แบบฟอร์มการกรอกข้อมูลสั้น
  • มีหัวข้อด้วยประกอบด้วยข้อความอธิบายที่ชัดเจน
  • เนื้อหาที่อธิบายสั้นกะทัดรัด และแจ้งถึงธุรกิจหรือสินค้าและบริการว่าทำอะไร
หลักการก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้เข้าชมหรือผู้อ่านกรอกข้อมูล เพราะว่าเขาอยากจะเข้าชมข้อมูลรายละเอียดในหน้าอื่นๆ ต่อไป

การทำ Call To Action ที่ไม่สวยงาม และวางไม่ถูกตำแหน่ง


นี่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องมีอยู่ใน Landing Page และขาดไม่ได้

หลังจากที่ผู้ชมเขาคลิกที่ Ads แล้วเข้ามายังหน้า Landing Page เขาจะต้องได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าใจได้ง่ายในทันที ว่าคุณต้องการเสนออะไรให้กับเขา เขาจะใช้เวลาไม่มากนักในการสำรวจ Landing Page แต่คุณจะต้องมีปุ่ม Call To Action เพื่อให้เขาคลิกไปดูยังหน้าอื่นๆ ได้เลย หากเขาต้องการจะรู้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก

ปุ่ม Call To Action จึงมีความสำคัญ เขาจะไม่ซื้อสินค้าและบริการใดๆ หากเขายังไม่เข้าใจว่าเขาจะซื้อสินค้าและบริการนั้นไปทำไม ดังนั้นปุ่ม Call To Action จะต้องออกแบบให้มีลักษณะเด่นชัด และแยกให้เห็นชัดเจนจากส่วนอื่นๆ ในหน้าเว็บ และต้องมีคำสั้นๆ แนะนำว่าผู้ชมจะได้เห็นอะไรหรือได้ดูข้อมูลอะไร หลังจากคลิกไปที่ปุ่ม Call To Action นี่แล้ว

ผมจะให้ดูอีกหนึ่งตัวอย่าง Landing Page ที่การออกแบบไม่ค่อยดีและไม่ถูกต้องมากนัก



จะเห็นได้ว่ามีิการออกแบบที่ไม่สมบูรณ์มากนักใน Landing Page นี้
  • หากผมจะทำโฆษณา Adsword PPC  เกี่ยวกับเว็บไซต์ซึ่งมี Landing Page นี้ จะดูรกไปหมดและยังมีปุ่ม Call TO Action หลายปุ่มเกินไป ทำให้เลือกไม่ถูก เพราะบางครั้งผู้เข้าชมก็ไม่อยากอ่านข้อความรายละเอียดที่เยอะและยาวมากนัก
  • ผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยส่วนมากไม่ต้องการที่จะโทรถึงโดยตรง เขาต้องการที่จะได้รับการตอบข้อความหรือการตอบอีเมล์มากกว่า
  • ถ้า Landing Page มีลักษณะยาวจากบนลงมาด้านล่างในแบบหน้าเดียว ควรมีปุ่ม Call To Action 2 ปุ่ม คือ ด้านบนและด้านล่างก็พอ
ดูตัวอย่าง Landing Page ทีี่ออกแบบได้ดี และครบถ้วน จากรูปภาพด้านล่าง



มีอะไรบ้างเมื่อคุณได้เข้ามาดู Landing Page นี้
  • การออกแบบที่ดูเรียบง่าย
  • แบบฟอร์มให้กรอกสั้นชัดเจน
  • ข้อความอธิบายให้ความชัดเจน กระจ่าง และครอบคลุม
  • มีปุ่ม Call TO Action ทั้งด้านบนและล่าง
  • มีป๊อบอัพนำเสนอข้อความตอบรับสำหรับแชท และเบอร์ติดต่อ
  • ปุ่ม Sign up อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมตามหลักการทำการตลาดออนไลน์
นี่เป็นตัวอย่าง Landing Page ที่ดี ออกแบบมีส่วนสำคัญต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ และที่สำคัญการออกแบบ Landing Page ของเว็บไซต์นี้มีช่องให้กรอก URL เพื่อตรวจสอบคุณภาพ SEO ของเว็บไซต์ของลูกค้าและผู้เข้าชมได้ฟรีๆ ได้โดยตรง พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลมาให้ดูได้เลย



การออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์หรือบล็อกที่แย่


มีหลายเว็บไซต์หรือบล็อกที่ออกแบบได้ดึงดูดใจ แต่มีโครงสร้างของเว็บที่แย่

Landing Page ที่ดีจะต้องมี
  • ตัวอักษรที่ชัดเจน อ่านง่าย
  • ขนาดของรูปภาพต้องเท่ากัน
  • ต้องมีรูปภาพขนาดใหญ่ ผู้ชมชอบรูปภาพที่มีขนาดใหญ่มากกว่าขนาดเล็ก
  • หัวข้อต้องชัดเจน และเป็นตัวหนา
  • ปุ่ม Call To Action ต้องโดดเด่น เห็นชัด
จากลักษณะโครงสร้างของเว็บไซต์ที่ผมบอกข้างต้น ถ้า Landing Page ของคุณเป็นแบบหนึ่งหน้ายาว ให้เพิ่มปุ่ม Call To Action เพิ่มเติมในส่วนด้านล่างของหน้าอีกหนึ่งปุ่ม จะทำให้ผู้อ่านเลื่อนอ่านจนมาถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้า แล้วจะได้กดปุ่ม Call To Action เข้าไปดูภายในเว็บไซต์ในหน้าต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องเลื่อนไปหาปุ่ม Call To Action ด้านบนสุดของหน้าอีก

ถ้าคุณขายสินค้า เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า คุณสามารถเพิ่มรายละเอียดหรือเมนู ปุ่ม Call To Action ต่างๆ มาเพิ่มอีกด้วยก็ได้ เพื่อให้ผู้อ่านหรือลูกค้าคุณได้ใช้ได้สะดวกหรือกดเข้าไปดูข้อมูลภายในได้ทันที และเป็นการให้ข้อมูลรายละเอียดสินค้าให้กับลูกค้าได้ละเอียดครบถ้วน ทำให้เขาตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น




จากตัวอย่างเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ Amazon คุณสามารถเพิ่มลูกเล่นปุ่มขนาดไซต์ของเสื้อ หรือเลือกสีต่างๆ หรือป๊อบอัพให้ดูรายละเอียดสินค้าเป็นวิดีโอหรือรูปภาพแบบซูมดูใกล้ๆ ได้ เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อให้แก่ลูกค้าเป็นอย่างมาก เพียงเท่านี้ คุณก็อาจจะเพิ่มปุ่ม Buy Now ลงไปบริเวณที่ต้องการเพื่อให้ลูกค้ากดซื้อสินค้าในทันทีเลยก็ได้




การถามข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์มากเกินไป


การถามข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่มากนักนั้น จะเป็นผลดีต่อ Landing Page ให้มีการถามข้อมูลของผู้ชมเพียง 3 หัวข้อเท่านั้น ก็น่าจะเพียงพอแล้ว คือสอบถามอีเมล์ ชื่อ และ URL เว็บไซต์ หรือช่องให้พิิมพ์ใส่ message

เพราะความจริงแล้วได้เพียงแค่อีเมล์ของผู้อ่านก็เพียงพอ ที่จะนำเสนอสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้แล้ว เพราะคนโดยส่วนมากต้องการความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลส่วนตัวมากนัก ดังนั้นคุณจะต้องทำให้ Landing Page ให้ดูที่เป็นที่น่าเชื่อถือ และเป็นมืออาชีพ หากจะต้องให้ผู้อ่านกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป


ตัวอย่าง Landing Page ที่มีฟอร์มกรอกข้อมูลที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ ช่องกรอกเยอะเกินไป


ตามตัวอย่างมีการถามข้อมูลที่เยอะจนเกินไป ผู้อ่านจำเป็นต้องกรอกข้อมูลในช่องถึง 6 ช่อง ซึ่งผู้อ่านโดยส่วนมากไม่อยากตอบอย่างแน่นอน อย่างเช่น ชื่อบริษัท หรือเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องไปขอให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์กรอกแต่อย่างใด

ในความเป็นจริงแล้ว เราทำ Landing Page ให้ผู้เข้าชมกรอกข้อมูลเพียง 3 ช่อง ก็พอ มีดังนี้
  • Email Address
  • ชื่อ
  • Website Address
ไปดูตัวอย่าง Landing Page ที่มีฟอร์มให้กรอกข้อมูลที่ถูกต้อง



มีเพียง 4 ช่องให้กรอกเท่านี้ก็เพียงพอ แต่หลักๆ เลยจะมีเพียง 3 ช่องที่ผมได้แนะนำไปก็พอ นี่อาจจะเพิ่มช่อง Messege เพื่อให้เขาพิมพ์เพื่อขอรายละเอียดสั้นๆ เช่น ราคา, ข้อมูลของสินค้าเพิ่มเติมก็ได้

สรุปบทความ


Landing Page ที่ดีสามารถเพิ่มทราฟฟิกให้แก่เว็บไซต์ ช่วยเพิ่มผลกำไร และทำให้จ่ายค่าโฆษณา Adwords (PPC) ที่ต่ำ คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

Landing Page ที่แย่ ไม่ถูกต้องตามหลักการตลาดหรือ Onpage SEO มีผลทำให้เสียทราฟฟิกจำนวนมาก และยังเสียเงินค่าโฆษณาไป ได้ไม่คุ้มค่าเสีย

ถ้าคุณยังติดขัดหรือมีข้อสงสัยในการสร้าง Landing Page ผมอยากให้คุณลองใช้โปรแกรม Leadpage ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับออกแบบ Landing Page มี template สำเร็จรูปให้คุณทดลองใช้

หรือคุณยังมีไอเดียในการออกแบบ Landing Page ในรูปแบบอื่นๆ และสามารถสร้างทราฟฟิกได้จำนวนมากก็อยากให้คอมเม้นต์และแชร์ให้คนอื่นได้รู้กันด้วยครับ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น