สุดยอดบล็อกสอนเทคนิคการหาเงินออนไลน์,การทำ Digital Marketing และการทำ SEO ฉบับมืออาชีพ- indycreators: Search Engine ทำงานอย่างไร? และอะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องรู้

2563-01-05

Search Engine ทำงานอย่างไร? และอะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องรู้





ข้อมูลเกี่ยวกับการทำ SEO มีให้คุณได้เรียนรู้อยู่เป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์

แต่สิ่งแรกที่คุณจะต้องเรียนรู้และมีความสำคัญเป็นอย่างมากนั่นคือ

คุณต้องรู้ก่อนว่า Search Engine ทำงานอย่างไร?

การเข้าใจวิธีการทำงานของ Search Engine ว่าทำงานแบบไหนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ทำไมนะหรือ?

เพราะว่าคุณจะต้องเรียนรู้ระบบการทำงานของ Search Engine เพื่อที่จะสามารถทำ SEO ได้ตรงจุดและถูกต้องที่สุด เปรียบเสมือนการซ่อมรถยนต์


คุณจะต้องเรียนรู้ระบบการทำงานของเครื่องยนต์ก่อน เพื่อจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรที่ทำให้รถเสียหรือเกิดอาการอย่างนั้น

และการเรียนรู้และทำความเข้าใจในการทำงานของ Search Engine ก็เหมือนกัน  แต่คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ทุกสิ่ง

ในบทความนี้ผมจะแสดงให้คุณเห็นวิธีการทำงานของ Search Engine ทีละขั้นตอน และเรียนรู้สิ่งที่จำเป็นในการนำไปใช้ในการทำ SEO ของคุณให้ประสบผลสำเร็จ

Google ทำงานอย่างไร?


Google จะทำงานในหน้าที่ 2 อย่าง คือ:

การไต่สำรวจเว็บไซต์ (Crawling) และการจัดทำดัชนี (Indexing)

เราจะไปเรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมกันว่ามีอะไรบ้าง

Google เป็นผู้เริ่มต้นในเทคนิคหลายๆ อย่างที่คุณจะได้เห็นในบทความนี้

 พวกเขามีส่วนแบ่งการตลาดในการค้นหาทั่วโลกมากถึง 75.34%
 และ Google ยังมีคำศัพท์ที่เป็นคำกริยาที่เป็นภาษาอังกฤษมากที่สุด
SEMrush


แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า Search Engine นั้นทำหน้าที่ 2 หน้าที่นั้นอย่างไร?

จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ง่ายและมีแค่ 2 ขั้นตอนเท่านั้น คือ

     1. การไต่สำรวจ (Crawling): ในอันดับแรก Google จะทำการไต่สำรวจเว็บไซต์ก่อน เพื่อค้นหาหน้าเว็บเพจเพิ่มลงไปในฐานข้อมูล (Database) ของเขา
     2. การจัดทำดัชนี (Indexing): ต่อจากนั้นก็จะทำการจัดทำลำดับหรือการจัดทำดัชนี และเพิ่มเข้าไปใน Database ของเขา

โดยให้คุณคิดเสมือนว่ามีการสร้างห้องสมุดขนาดใหญ่ขึ้นมา
  • Crawling คือการค้นหาหนังสือเล่มใหม่ๆ เข้ามาเก็บรวบรวมไว้ในห้องสมุด
  • Indexing  คือการจัดวางหรือเรียงหนังสือไว้อย่างเป็นระบบระเบียบเพื่อค้นหาได้ง่าย (จัดวางตามประเภทหนังสือหรือตามชื่อผู้แต่ง) 

ความแตกต่างกันเพียงอย่างเดียวของห้องสมุดและ Google คือ Google มีหนังสือเป็นล้านล้านเล่ม

Crawling คืออะไร?

เมื่อคุณทำการค้นหาข้อมูลใน Google Search คุณอาจคิดว่า Google จะทำการค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ต  เพื่อนำมาแสดงผลในขณะนั้นเลย

แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย ในการค้นหาข้อมูลของ Search Engine จะทำการค้นหาจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีการเก็บรวบรวมเว็บเพจเหล่านั้นไว้ในฐานข้อมูลของตนเองเท่านั้น  และคุณก็กำลังค้นหาจากฐานข้อมูลนั้นนั่นเอง ไม่ใช่เป็นการค้นหาจากฐานข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด

ทำไม Google จึงใช้วิธีการทำงานแบบนี้?

    ทำให้สามารถเก็บข้อมูลและจัดการข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดไว้ในฐานข้อมูลได้
    ทำให้สามารถเตรียมข้อมูลให้กับผู้ค้นหาได้อย่างรวดเร็วและสะดวกต่อผู้ค้นหา
    ทำให้ Google เพิ่มแท็กเกี่ยวกับหน้าเพจเหล่านี้ไว้ในฐานข้อมูลของ Google เอง ได้มากขึ้น

ขั้นตอนแรกของการเพิ่มหน้าเพจเข้าไปในฐานข้อมูลนี้ เรียกว่า "Crawling" นั่นเอง

และ Google ก็จะมี (Crawler) หรือเรียกอีกอย่างว่า ("Spiders") ที่ไว้ไต่สำรวจข้อมูลต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต

สำหรับหน้าที่ของ Crawlers ก็จะมีอยู่ 2 อย่าง
    ค้นหาหน้าเพจใหม่ๆ เพื่อจัดทำดัชนี (Index)
    ตรวจจับข้อมูลในหน้าเพจนั้นๆ
ผมเปรียบเสมือนว่า Crawler เหล่านี้เป็นเหมือนสายลับ

พวกเขาจะคอยไปสืบข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากฝ่ายข้าศึกแล้วเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นเพื่อรายงานกลับมายังศูนย์บัญชาการ

แต่พวกเขาสามารถที่จะเก็บรวบรวมเว็บไซต์ได้อย่างไร มีกระบวนการและขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างไร?

มันอาจจะไม่ได้มีความยุ่งยากหรือซับซ้อนอย่างที่คุณคิด ไปดูหลักการทำงานกัน
SEMrush

Crawler มีวิธีการทำงานอย่างไร?

เว็บไซต์ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย (Network) ที่เรียกว่า World Wide Web  ซึ่งเป็นเสมือนเครือข่ายใยแมงมุมขนาดใหญ่

สิ่งที่ทำให้เครือข่าย World Wide Web แตกต่างก็คือการมีลิงค์ (Links) เชื่อมกันมากมาย (อย่างที่เรารู้กันว่า คือ ไฮเปอร์ลิงค์ (Hyperlinks) หรือว่า Backlinks นั่นเอง)

และ Search Engine Crawlers (หรือ Spiders) เหล่านี้ก็จะใช้ลิงค์เหล่านี้ในการเป็นตัวเชื่อมเพื่อไต่ไปตามเว็บและทำการเก็บรวบรวมหน้าเว็บเพจใหม่ๆ!




เมื่อ Crawlers ไต่ค้นหาหน้าเว็บเพจใหม่ๆ พบ พวกเขาก็จะเริ่มอ่านเนื้อหา (Contents) และโค้ดต่างๆ
ทั้งหมดในหน้าเว็บเพจนั้น

โดยทั่วไปทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเราต้องทำให้โค้ดต่างๆ อ่านค่าได้ง่ายในหน้าเว็บเพจเพื่อที่ Bot ของ Google จะได้อ่านค่าหรือตีความหมายและเข้าใจได้ง่ายด้วย

เพราะว่า Crawlers ไม่ใช่มนุษย์และทำงานอัตโนมัติแบบอิสระเพื่อตัดสินใจว่าเว็บเพจใดควรได้รับการจัดทำดัชนีลงไปในฐานข้อมูลของ Google

ยกตัวอย่างเช่น:

Crawlers สามารถที่จะรู้ได้ว่าเว็บไซต์ไหนเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการขายปืนและยาเสพติด พวกมันจะไม่ทำการเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูล

แต่เมื่อ Crawler ตัดสินใจว่าหน้าเว็บเพจนั้นๆ ควรได้รับการเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูล ขั้นตอนไปก็คือการนำหน้าเว็บเพจนั้นไปจัดทำดัชนี (Indexing)

Indexing คืออะไร?

เมื่อเว็บไซต์ได้รับการไต่สำรวจแล้ว (Crawled) ก็มาถึงขั้นตอนที่จะเพิ่มเว็บไซต์นั้นเข้าไปในฐานข้อมูล

Indexing หรือการจัดทำดัชนี เป็นขั้นตอนที่ Search Engine ค้นพบเว็บไซต์แล้วทำการกำหนดชื่อ (Tag) ให้กับเว็บไซต์ที่พบนั้น 
(มันอาจจะซับซ้อนขึ้นอีกนิดแต่การกำหนดแท็กให้เว็บไซต์ก็คือ การจัดทำดัชนีนั่นเอง)

ให้คิดเสมือนว่าเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่เหมือนที่ผมได้ยกตัวอย่างมาก่อนหน้านี้

ถ้ามีตู้หนังสือที่หลากหลายประเภทหรือหลายชนิดในห้องสมุดขนาดใหญ่ พวกเขาก็จะทำการจัดเรียง, ติดป้ายชื่อและจำแนกไว้เป็นส่วนๆ

    หนังสือเกี่ยวกับอาชญากรรม
    หนังสือเกี่ยวกับแฟนตาซี
    หนังสือสารคดี
    หนังสือวิชาการ


ถ้าคุณสนใจที่จะเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ

คุณก็จะไปค้นหาที่ Google โดยพิมพ์คำว่า "ไวยากรณ์ อังกฤษ"


จากนั้น Search Engine ก็จะทำการค้นหาหน้าเว็บเพจจากฐานข้อมูลที่ตรงกับคีย์เวิร์ดหรือเงื่อนไขการค้นหาคำนั้น


มีปัจจัยต่างๆ ที่เป็นตัวกำหนดเพื่อให้หน้าเว็บเพจเหล่านั้นแสดงผลตามรายการ

ปัจจัยเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ Search Engine ที่คุณใช้ ยกตัวอย่างเช่น ปัจจัยการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Amazone แตกต่างจากปัจจัยการจัดอันดับหน้าเว็บเพจของ Google (คุณจะได้เรียนรู้ต่อไป)

ก่อนอื่นคุณควรที่จะทำความเข้าใจในขั้นตอนการจัดทำดัชนี (Indexing) ให้ถ่องแท้ก่อนและมันเป็นการทำให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับดีขึ้น / การเพิ่มบทความใหม่ๆ หรือการลบบทความใหม่ๆ - มันก็จะเป็นการไต่สำรวจเว็บไซต์และการจัดทำดัชนีเว็บไซต์กับฐานข้อมูล นั่นเอง

ทำไมหน้าเว็บเพจหนึ่งมีอันดับที่เหนือกว่าอีกหน้าเว็บเพจหนึ่ง? 


Search Engine ทั้งหมดทำงานภายใต้เงื่อนไขของอัลกอริทึ่ม (Algorithm) ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์หรือหน้าเว็บเพจว่าใครดีกว่ากัน

และภายใต้เงื่อนไขเดียวกันนั้น ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยที่มีความแตกต่างกันที่ช่วยทำให้คอมพิวเตอร์ตัดสินใจว่าบทความหรือหน้าเว็บเพจไหนที่ควรจะได้รับการจัดอันดับที่ดีกว่า

Google เป็นวิธีการง่ายๆ ที่ผมสามารถอธิบายได้ว่าเป็นแนวความคิดที่เหมือนกับการโหวต เป็นสิ่งจำเป็นมากในการใช้จัดอันดับเว็บไซต์ที่ได้ "รับการโหวตมากๆ" ก็จะได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้น

ผมจะอธิบายเพิ่มเติมตามตัวอย่างนี้

ถ้าคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการหาเงินออนไลน์ คุณก็จะใช้การค้นหาใน Google search ตามนี้ -


และคุณก็จะค้นหาหน้าเว็บเพจที่แสดงมาให้

โดยจะเรียงลำดับตามแนวความคิดที่กล่าวมาเว็บไซต์ที่ได้รับการโหวตมากที่สุดอยู่อันดับแรก

ส่วนเว็บไซต์ของผมก็แสดงหน้าเกี่ยวกับการหาเงินออนไลน์อยู่ด้วยเหมือนกัน



นั่นหมายความว่าหน้าเว็บเพจที่แสดงทั้งหมดเกี่ยวกับหัวข้อนี้ เว็บไซต์ที่ได้รับโหวตมากที่สุดอยู่อันดับแรก และเว็บไซต์ที่ได้รับโหวตก็จะเรียงจากมากไปน้อยตามลำดับ

แล้วเราจะทำให้เว็บไซต์ได้รับการโหวตเป็นจำนวนมากอย่างไร?

"โหวต" หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็ Backlinks นั่นเอง หมายความว่าเมื่อเว็บไซต์หนึ่งลิงค์ไปที่เว็บไซต์อื่นๆ พวกเขาจำเป็นต้องได้รับการ "โหวต"

ยกตัวอย่างที่ บทความในเว็บไซต์ต่างๆ  ได้โหวตถึงบทความของผม โดยที่พวกเขาลิงค์มาถึง

ไม่เพียงแต่ได้รับการโหวตเพียงอย่างเดียว / Backlinks จากเว็บไซต์ต่างๆ  เหล่านั้นเท่านั้น

ยังได้รับการโหวต / Backlinks จากเว็บไซต์อื่นๆ อีกจำนวน 82 เว็บไซต์ ตามรูป


และการโหวต / Backlinks เหล่านี้จะเป็นตัวช่วยผลักดันทำให้เว็บไซต์ขึ้นไปยังอันดับแรกของกูเกิล

แต่!
มันก็ไม่ได้ง่ายนั้นเป็นเพราะว่าไม่ใช่ทุก "โหวต/ Backlinks" ที่จะได้รับค่าคะแนนเท่ากัน

เว็บไซต์ขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักจะได้รับการให้ค่าน้ำหนักคะแนนมากกว่าในการ "โหวต"

ถ้าคุณได้รับลิงค์จากเว็บไซต์ขนาดใหญ่อย่างเช่น  Pantip.com หรือ Sanook.com  คุณก็จะได้รับค่าน้ำหนักคะแนนมากกว่าที่คุณจะได้รับลิงค์จากเว็บไซต์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก


ผมจะแสดงและอธิบายให้คุณทราบในภายหลัง

แต่ตอนนี้

ให้คุณจำไว้ว่า หน้าเว็บเพจที่ได้รับการโหวตมากจะดีกว่า แต่ไม่ใช่ว่าการโหวตทั้งหมดจะมีค่าน้ำหนักคะแนนที่เท่าเทียมกัน

Search Engine อื่นๆ ทำงานอย่างไร?


Search Engine อื่นทำงานอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับ Google?

หลายเว็บ "Search Engine" อย่างเช่น Bing ก็ทำงานโดยมีหลักการเหมือนกัน

พวกเขาจะทำการไต่สำรวจ (Crawl) และจัดทำดัชนี (Index) หน้าเว็บเพจแล้วนำไปแสดงผลการค้นหา

แต่พวกเขาจะมีปัจจัยในการจัดอันดับเว็บไซต์ที่แตกต่างกัน ผมจะอธิบายพอสังเขป

เพราะว่ามี Search Engine ชนิดอื่นๆ ที่คุณควรจะรู้ไว้อีกด้วย เช่น

    YouTube
    Amazon
    eBay
    Alibaba
    Etsy
    Quora

เว็บไซต์เหล่านี้ทำงานคล้าย Search Engine ไปในตัว แต่ในแต่ละเว็บไซต์เหล่านี้มีผู้เข้าชมเป็นล้านคนที่คุณควรเข้าไปดู

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้การทำ SEO ยังใช้ได้ผลดีอยู่

และเป็นเวลานานมาแล้วที่มี Search Engine และเรายังสามารถใช้จัดการกับเว็บไซต์หรือทราฟฟิกของเราได้อยู่

Amazon ทำงานอย่างไร? 

Amazon เป็นหนึ่งของ Search Engine ที่ใช้ในการค้นหาสินค้า!

พวกเขานำเสนอสินค้ามากกว่าร้อยล้านรายการบนเว็บไซต์ของเขา และเป็น Search Engine ที่ใช้ค้นหาเฉพาะภายในเว็บไซต์ของตนเองเท่านั้น

แสดงรายการสินค้าได้ตรงกับความต้องการที่ลูกค้าทำการค้นหา


หลักการนี้ก็จะเหมือนกับ Google นั่นเอง

คำแนะนำในการทำให้สินค้าได้รับการจัดอันดับของ Amazon แต่การจัดอันดับรายการสินค้าจะมีความแตกต่างเล็กน้อย
  • Google กล่าวว่า "คำตอบที่ถูกต้องคืออะไร เมื่อค้นหา?"
  • Amazon กล่าวว่า "สินค้าอะไรที่ทำการค้นหาเพื่อจะซื้อ"


นี่เป็นความแตกต่างอย่างมากเพราะ Search Engine ของ Google  อาศัย Spiders ในการจัดเก็บรวบรวมและจัดการข้อมูลจากภายนอก

ส่วน Search Engine ของ Amazon อาศัยเพียงข้อมูลภายในเว็บไซต์และมีเป้าหมายเพียงนำเสนอข้อมูลสินค้าที่อยู่ในเว็บไซต์ของตนเองเท่านั้น

(นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องการขายสินค้าจำนวนมากให้กับผู้ซื้อนั่นเอง)

SEMrush

และ Amazon ก็ได้ทำให้แน่ใจว่าสินค้าที่คุณต้องการที่จะซื้อ ได้แสดงอยู่บนสุดของผลการค้นหาสินค้า

พวกเขาใช้ปัจจัยที่แตกต่างกันหลายปัจจัยเพื่อกำหนด เช่น

    ม่ีคนซื้อสินค้ารายการนั้นมาก่อนเป็นจำนวนกี่คน? (the conversion rate)
    สินค้ารายการนั้นตรงกับความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ ( the relevancy)
    พฤติกรรมของผู้ชื้อสินค้าก่อนนั้น (สินค้าอะไรที่พวกเขาต้องการที่จะซื้อในเวลานี้)
    ความพึงพอใจและข้อมูลการซื้อสินค้าทั้งหมด (ผู้ซื้ออื่นๆ รู้สึกอย่างไรต่อสินค้า)


ข้อมูลนี้สามารถทำให้พวกเขาแสดงสินค้าแก่ผู้ที่ต้องการซื้อในส่วนบนของหน้าเว็บเพจได้

ผมจะยกตัวอย่างให้คุณดู:

ถ้าผมค้นหา หนังสือการเรียนภาษาอังกฤษ


มันก็จะแสดงเป็นชุดข้อมูลให้กับผม

คุณสามารถที่จะดูว่าทำงานอย่างไร


คุณต้องพยายามเรียนรู้ให้ได้ว่าทำไม Search Engine ถึงมีวิธีการจัดการแบบนี้ เพราะว่า Search Engine ของเขาไม่ได้ใหญ่มากและก็ไม่ได้มีความลับในการใช้จัดอันดับมากนัก

แต่จากผลการสังเกตและใช้ความคิดเล็กน้อย คุณสามารถที่จะเดาได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

    หนังสือจะตรงกับคีย์เวิร์ดที่ผมใช้
    หนังสือเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ (ผมได้ล็อกอินเข้าใช้โดยบัญชีเป็นผู้ใหญ่)
    หนังสือมีค่าที่ได้รับความนิยมสูงมาก
    ได้รับการรีวิวในด้านบวก
    มีราคาที่เหมาะสม ( ไม่ใช่สินค้าที่มีราคามากกว่า 300 ดอลล่าร์)
    เป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงที่ผมเชื่อถือ (เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในการสอนภาษาอังกฤษ)

ถ้าผมต้องการซื้อหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ  ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้เป็นสิ่งที่โน้มน้าวใจผมให้ซื้อเป็นอย่างมาก

และ Amazon ก็รู้สิ่งนั้น!  อัลกอริทึ่มเหล่านั้นจะจัดการผลลัพธ์โดยอัตโนมัติเพื่อแสดงสินค้าที่ถูกต้องให้ผมได้เห็นและตามความต้องการ

คุณสามารถที่จะรู้ได้ว่า Search Engine อื่นๆ ทำงานอย่างไร โดยการสังเกตการแสดงผลลัพธ์และใช้ความคิดเพียงเล็กน้อย


Search Engine ต้องการที่จะทำอะไร?


ในบรรดา Search Engine ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวที่เหมือนกันก็คือ จัดเตรียมข้อมูล

พวกเขาต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ค้นหาหรือผู้เข้าชมข้อมูล

แต่ความต้องการเหล่านี้มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ละชนิดของ Search Engine...

Google’s Goal…

เตรียมคำตอบให้คุณได้ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด / แก้ปัญหาให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลโดยทั่วไป การค้นหาชื่อเล่นของดาราดัง หรือการวางแผนจะแต่งงาน
Amazon’s Goal…

เตรียมข้อมูลสินค้าที่ถูกต้องสำหรับคุณในการซื้อ ค้นหาสินค้าคุณภาพที่คุณต้องการ สินค้าที่มีประวัติการซื้อและอัตราต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งที่รวดเร็ว

YouTube’s Goal…

เตรียมแสดงวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอเกี่ยวกับการชงกาแฟหรือการเล่นเกม นี่จะช่วยให้คุณปฎิสัมพันธ์และได้รับชมวิดีโอที่ตรงกับความต้องการ
Quora’s Goal…

จับคู่คำตอบให้ตรงกับคำถามของคุณให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ได้ถามไปแล้วหรือคำถามที่คุณกำลังถามเป็นครั้งแรก
เชื่อผมเถอะ เมื่อผมได้บอกคุณเกี่ยวกับสิ่งนี้:

ให้คุณใช้เวลาสังเกตและทำความเข้าใจว่า Search Engine ต้องการทำอะไรให้กับผู้ค้นหาหรือผู้เข้าชมข้อมูลของเขาได้ใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น นั่นเป็นการทำ SEO

เพราะว่าทันทีที่คุณได้รู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น คุณก็จะทำการจัดการสิ่งนั้นได้ทั้งหมด


สรุปบทความ

ถ้าคุณต้องการประสบผลสำเร็จในการทำ SEO...

คุณจะต้องรู้ก่อนว่า Search Engine มีหลักการทำงานอย่างไร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญ

ผมกำลังจะให้ข้อมูลความคิดเห็นที่ครอบคลุมเกี่ยวกับเทคนิคการทำ SEO ให้กับคุณอีก

แต่ในตอนนี้ผมจะสรุปให้สั้นกระทัดรัดแบบรวดเร็วก่อนว่าคุณจะต้องเรียนรู้อะไรบ้าง:

    ฐานข้อมูลของ Google เป็นการสร้างด้วยการไต่สำรวจ (Crawling) และการจัดทำดัชนีไว้ (Indexing)
    การไต่สำรวจ (Crawling) เมื่อมี Spider ทำการไต่สำรวจตามลิงค์ไปสำรวจหน้าเว็บเพจใหม่ๆ
    การจัดทำดัชนี (Indexing) เมื่อ Google ทำการเพิ่มหน้าเว็บเพจใหม่ๆ เข้าไปในฐานข้อมูล
    มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการแสดงผลเว็บไซต์ของ Google, ปัจจัยหลัก ก็คือ Links
    ในแต่ละ Backlinks ที่มีกลับมายังหน้าเว็บเพจนับเป็นหนึ่งโหวต
    Backlinks ทั้งหมดที่ได้รับการโหวตอาจจะมีค่าไม่เท่ากัน
    ถ้าคุณเข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของ Search Engine ก็จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าพวกเขาทำงานอย่างไร

มาถึงตอนนี้คุณก็ได้เรียนรู้พื้นฐานแล้วว่า Search Engine ทำงานกันอย่างไร


กรุณาสอบถามคำถามที่คุณยังสงสัยและไม่เข้าใจในคอมเม้นต์ด้านล่างได้เลย...